5 แนวทางบริหารจัดการเงินในช่วงวิกฤติโควิด-19

แนวทางบริหารจัดการเงินในช่วงวิกฤติโควิด-19

สถานการณ์โควิด-19 ได้กลับมาระบาดใหม่อีกครั้งในประเทศไทย ซึ่งอาจจะทำให้หลายๆ คนเกิดความกังวล เนื่องจากอาจจะทำให้ร้านค้าต่างๆ ต้องปิดร้านเร็วขึ้น ส่งผลอาจจะทำให้มีรายได้ลดลง ออกไปทำงานไม่ได้ ต้องอยู่ภายในบ้าน แต่รายจ่ายต่างๆ ก็ยังคงมีเท่าเดิม รวมทั้งยังอาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในประเทศไทยอีกด้วย วันนี้ sixandover จึงได้รวบรวม 5 แนวทางบริหารจัดการเงินในช่วงวิกฤติโควิด-19 มาแนะนำให้กับทุกคน เพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้กับการจัดการเงินของตัวเองได้ ส่วนจะมีแนวทางอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย

5 แนวทางบริหารจัดการเงินในช่วงวิกฤติโควิด-19

1. ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

สำหรับแนวทางแรกคือการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ไม่จำเป็นออกไป เพราะในช่วงการระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายๆ คนที่มีรายได้ลดลง จึงต้องจำเป็นที่จะจัดลำดับความสำคัญว่าสิ่งไหนจำเป็นหรือไม่จำเป็น อะไรประหยัดได้ก็ควรที่จะประหยัด อย่างเช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง ซื้อเสื้อผ้า หรือการสต็อกวัตถุดิบต่างๆ แนะนำว่าให้คำนวณค่าใช้จ่ายหรือทำตารางรายรับรายจ่ายล่วงหน้าไว้ก็จะดีมากๆ เพื่อที่จะเหลือเก็บไว้ใช้ในอนาคตได้

ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

2. บริหารจัดการหนี้

ต่อมาเมื่อสามารถลดรายจ่ายส่วนตัวได้แล้ว อีกส่วนที่สำคัญมากก็คือภาระหนี้และค่าใช้จ่ายคงที่ต่างๆ เช่น ค่าเช่าบ้าน ฯลฯ ลองตรวจสอบดูว่ายังผ่อนหรือจ่ายเต็มจำนวนได้หรือไม่ ถ้ายังไหวไม่กระทบสภาพคล่อง ก็อาจดำเนินการผ่อนตามปกติ แต่ถ้าไม่ไหวก็ให้เจรจากับเจ้าหนี้ทุกราย ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อบุคคล หนี้บ้าน หนี้รถ ซึ่งในปัจจุบันสถาบันการเงินทุกแห่งเปิดช่องเจรจาให้หมดแล้ว

โดยแนวทางในการเจรจาเพื่อลดภาระผ่อนต่อเดือน อาจทำได้ดังนี้

– ขอลดดอกเบี้ย

– ขอชำระเฉพาะดอกเบี้ย (พักเงินต้น)

– ขอเลื่อนการชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย 3-6 เดือน

บริหารจัดการหนี้

3. วางแผนเก็บเงินในการดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้น

ทำการวางแผนเก็บเงินในเรื่องของการดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้น เนื่องจากในอนาคตอาจจะมีโรคระบาดใหม่ๆ หรือโรคอุบัติใหม่เพิ่มขึ้นมาได้ ทำให้เราต้องหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพของตัวเองมากขึ้นด้วย แม้เราจะมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินหรือมีเงินเก็บออมไว้แล้ว แต่บางทีอาจจะไม่เพียงพอหากเราเกิดเจ็บป่วย ดังนั้น ควรเตรียมพร้อมด้วยการหาประกันมาเป็นหลักในการดูแลสุขภาพ และเป็นสวัสดิการคุ้มครองตัวเอง เพื่อเตรียมรับมือกับโรคระบาดใหม่ในอนาคตด้วย

วางแผนเก็บเงินในการดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้น

4. มองหาอาชีพเสริมสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 อาจจะทำให้มีรายได้หลักของเราลดลง ดังนั้นการหาอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้เพิ่มในช่วงวิกฤตนี้ เป็นสิ่งสำคัญในการอยู่รอด แต่ต้องดูว่าอาชีพไหนที่เหมาะกับตัวเองในช่วงโควิด-19 ระบาด เช่น พนักงาน Delivery มีหลายบริษัทดังๆ มากมาย เช่น Lineman , Grab , Food Panda ,Get , Lalamove เป็นต้น หรืออย่างอาชีพติวเตอร์ออนไลน์ ขายของออนไลน์ หรืองานฝีมือเย็บหน้ากากผ้าขายได้เช่นกัน

มองหาอาชีพเสริมสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

5. ควรออมเงินไว้เพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน 

ปิดท้ายกันที่แนวทางบริหารเงินจัดการเงินในช่วงวิกฤติโควิด-19 ด้วยการออมเงินไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ซึ่งออมเผื่อฉุกเฉิน คือ เงินออมที่ทุกคนควรต้องเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และควรเก็บไว้ในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง ซึ่งขอแนะนำให้มีเงินสำรองสภาพคล่องเผื่อฉุกเฉินไว้ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 6 เดือน โดยคุณอาจจะทยอยออม โดยการเบ่งเงินประมาณ 10%-20% ของรายได้มาสะสม จนได้เงินสำรองสภาพคล่องเผื่อฉุกเฉินครบตามจำนวนที่ต้องการ เงินสำรองเผื่อฉุกเฉินนี้ควรเก็บไว้ในบัญชีเงินฝากหรือกองทุนที่ถอนออกมาใช้ได้สะดวก เพื่อที่หากในอนาคตมีเหตุจำเป็นที่จะต้องใช้เงินมากๆ ก็จะทำให้เรามีเงินส่วนนี้มาช่วยเหลือได้ โดยไม่ต้องเป็นหนี้เพิ่มอีกด้วย ดังนั้นควรมีเงินออมไว้จะดีที่สุด

ทั้งหมดนี้เป็น 5 แนวทางบริหารจัดการเงินในช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่เราได้นำมาแนะนำให้กับทุกคนได้นำไปปรับใช้ในการบริหารจัดการเงินของตัวคุณเอง และอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการดูแลรักษาตัวเองให้มีสุขภาพที่ดีอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เกิดโรคภัยต่างๆ รวมทั้งไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดการเงินของคุณด้วย แล้วเราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน